ฮาเมส โรดริเกซ กำลังเผชิญกับ ความลำบากครั้งใหม่ที่ พรีเมียร์ลีก

ฮาเมส โรดริเกซ คือหนึ่งในผู้เล่นที่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ พรีเมียร์ลีก มากๆ 6 เกมแรกที่ลงช่วย เอฟเวอร์ตัน โชว์คลาสอันเหนือชั้น สมราคาด้วย 3 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ จนทำให้ถูกคาดหมายว่า เป็นแกนหลักพาทีม บินสูงก่อนจะมาเข้าก๊วน ทอฟฟี่สีน้ำเงิน อย่างเซอร์ไพรส์

ฮาเมส ยังมีสถานะเป็นซูเปอร์สตาร์ คนหนึ่งแม้จะถูกลืมไปบ้างก็ตาม นี่คือดาวเด่นที่สุดคนหนึ่ง ในฟุตบอลโลก 2014 แม้ โคลอมเบีย ชาติบ้านเกิด จะไปได้ไม่ไกลเท่าไรนัก แต่ฟอร์มส่วนตัวของ ฮาเมส สะเด่าเร่าร้อนจริงๆ เขาครอง โกลเด้น บูท หรือ รางวัลดาวยิงสูงสุด ประจำทัวร์นาเมนต์ ติดทีม ออลสตาร์และดรีมทีม อีกทั้งยังได้ประตูยอดเยี่ยม มาประดับบารมีอีกต่างหาก

เรียกว่ากระหึ่มกึกก้อง แสงสปอร์ตไลต์ส่องมา อยู่คนเดียวเป็นไปตามคาด ฮาเมส โดน เรอัล มาดริด ดึงไปร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 70 ล้านยูโร หลังจบฟุตบอลโลก ถือว่าตัวเลขสูงมาก ในช่วงเวลาดังกล่าว ร้อยทั้งร้อยของนักเตะมาจากอเมริกาใต้ ต้องการอยากจะเล่นให้ ราชันชุดขาว หรือ บาร์เซโลน่า สองสโมสรนี้ เปรียบเสมือนไบเบิ้ล สุดปลายทางตอนนั้น

ฮาเมส โรดริเกซ เปเรซ โดน ไรโอล่า จวกเรื่อง ตัดสินใจง่ายเกินไป

มิโน ไรโอล่า เอเยนต์ชื่อดัง ยังออกมาแขวะ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร มาดริด เลยว่า วัดผลงานของนักเตะจากทัวร์นาเมนต์สั้นๆ ไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน รอบคอบเลย เหมือนต้องการจะบอกว่า เปเรซ ฉาบฉวยเกินไป ยึดติดกับกระแส แล้วอาจผิดหวังได้ง่ายๆ โปรเจคต์ กาลาคติกอส อาจล่มเอา

อย่างไรก็ดี ก่อนจะมามาดริด ต้องยอมรับว่า ฮาเมส สร้างผลงานกับ โมนาโก ไว้น่าประทับเลยทีเดียว 38 นัดทุกรายการซัดไป 10 ประตูกับอีก 14 แอสซิสต์ สำหรับผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวรุก ย่อมสะท้อนถึงความยอดเยี่ยม ได้อย่างดี ฤดูกาลแรกผ่านไป ฮาเมส ตอกหัวหมุดย้ำความเชื่อมั่น ระเบิดผลงาน 17 ประตู 18 แอสซิสต์ เสียงชื่นชมดังตามลำดับ มีส่วนทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และฟีฟ่า คลับเวิล์ด คัพ ด้วย

เขาได้รับการสนับสนุนจาก คาร์โล อันเชล็อตติ ซึ่งกุมบังเหียนในช่วงนั้นพอดี กุนซืออิตาเลี่ยน รู้วิธีดึงศักยภาพมาใช้ ทำให้เกิดประโยชน์ทีมสูงสุด อย่างไรก็ตามพอจบฤดูกาล อันเช่ ทำผลงานไม่ได้ตามเป้า ถูกขับพ้นจากตำแหน่ง

ราฟาเอล เบนิเตซ มานั่งเก้าอี้แทน ฟอร์มของ ฮาเมส เริ่มดร็อปลงด้วยแนวทางการทำทีม ที่เน้นโรเตชั่น หมุนเวียนผู้เล่นใช้งาน รวมถึงสไตล์ที่ไม่ค่อยดุดัน ตอบโจทย์ความต้องการเท่าไรนัก

ทั้งบอร์ดบริหาร นักเตะและแฟนบอล ต่างเสื่อมศรัทธา ผลงานในลีกก็ไม่เป็นไปตาม เป้าหมายตามหลังทั้ง แอตเลติโก้ มาดริด และ บาร์เซโลน่า หลังจากปฏิทินเปลี่ยนปี ดังนั้นเลยโดนปลดอีกคน ซีเนดีน ซีดาน ถูกโปรโมตจากทีมชุดบี ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ซึ่งนั่นเหมือนฝันร้ายของ ฮาเมส ดีๆนี่เองวิธีการเล่น รวมทั้งอารมณ์ความรู้สึก ที่ติดไปทางศิลปิน มักไม่ค่อยแสดงออกถึงความทุ่มเทเต็มที่ มีลูกเหยาะแหยะให้เห็น คาแรคเตอร์อย่างนี้ ไม่มีทางชนะใจ ซีดาน ได้อย่างเด็ดขาด

อาการบาดเจ็บ และฟอร์มที่กู่ไม่กลับของ ฮาเมส

พอไม่ค่อยได้ลงเล่น นั่งรอโอกาสข้างสนามบ่อยขึ้น ความมั่นใจก็หาย ตามไปอีกเป็นที่แน่ชัดเลยว่าเขาไม่อยู่ใน แผนการสร้างทีม หากยังมีบอสชื่อ ซีดาน ทำหน้าที่อยู่ กุนซือเฟร้นช์ ยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับนักเตะ แต่การที่จะได้ลงเล่นหรือไม่

มันขึ้นอยู่กับ ปัจจัยหลายอย่าง ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียง หรือผลงานที่สร้างไว้ในอดีตเลย ปัจจุบันสำคัญที่สุด ฮาเมส จึงต้องถูกส่งไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ใช้งาน 2 ฤดูกาล แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจ ให้อย่างที่คาดหวังไว้

อีกทั้งเจออาการบาดเจ็บ คุกคามถี่ยิบเมื่อกลับคืนรังอีกครั้งและ ซีดาน กลับมานั่งเก้าอี้อีกรอบ นั่นหมายถึงอนาคตหมดสิ้นทันที ความฝันระหว่างเขากับ มาดริด ถึงเวลาสุดทางไม่ได้ไปต่อแล้ว ทำให้ต้องนึกย้อนไปถึงคำพูดของ ไรโอล่า ซึ่งชี้ว่า เปเรซ ซื้อนักเตะตามกระแส

สนใจแค่ชื่อเสียงช่วงสั้นๆ ไม่ได้ไตร่ตรองเลยว่า ย้ายมาแล้วจะเกิดความสมดุลลงตัว หรือไม่ไม่ใช่ว่า ฮาเมส ไม่เก่งหรือเจ๋งพอสำหรับ มาดริด แต่เขามีข้อจำกัด ในการทำงานร่วมกับกุนซือที่เข้มงวด

รวมทั้งสภาพจิตใจที่ไม่อาจแบกรับ ความกดดันหรือ ไม่แข็งแกร่งพอเพื่อเดินฝ่าอุปสรรคไปต่อ ดังนั้นการแยกทางกันจึงน่าจะเหมาะสมสุดแล้ว ไม่ต้องบอบช้ำเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย ดีลเซอร์ไพรส์ จึงเกิดขึ้น เมื่อนักเตะเลือกมาเอฟเวอร์ตัน โดยไม่สนใจเงื่อนไขได้เล่นเกมยุโรป เหตุผลเดียวคือมี อัลเชล็อตติ เป็นเจ้านายความไว้วางใจในอดีต ยังไม่จางหายไปไหน และเชื่อว่าบอส ผู้มีพระคุณจะช่วยเค้นประสิทธิภาพ ให้กลับมาเหมือนเดิมได้

การได้รับความเชื่อมั่นจากเจ้านาย ส่งผลถึงกำลังใจที่เพิ่มพูนเรื่อยๆ เพราะนักเตะประเภทนี้หากใจมา ฝีเท้าก็จะตามมาหากพูดหรือใช้ศัพท์สมัยใหม่ก็คือ อันเช่ มีคู่มือการใช้งาน รู้ดีว่าควรทำอย่างไรเพื่อ รีดประสิทธิภาพของ ฮาเมส ได้แต่บางครั้ง ตัวแปรแค่นั้นอาจไม่เพียงพอก็ได้ เข้าสู่นัดที่ 7 ของฤดูกาล ฮาเมส โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน แม้จะแค่ระยะเวลาสั้นๆ แต่นั่นไม่ใช่สัญญาณเตือนที่ดีเลย เพราะหลังจากนั้นต้องขึ้นเตียงพยาบาลอีก 4 ครั้งด้วยกัน

สภาพร่างการและจิตใจ ส่งผลอย่างมากกับนักเตะ ชาวละติน

รวมแล้วต้องหาย ไปจากทีมเกือบ 2 เดือนเลยทีเดียว ฟอร์มที่กำลังลงล็อก พอขาดความต่อเนื่องก็ย่อมส่งผลกระทบ ตามมาด้วยจากที่เคยเป็นดาวดัง น่าจับตาตั้งแต่ต้นซีซั่น ชื่อของดาวเตะ โคลอมเบีย ก็ค่อยๆถูกกลืนหายไป ไม่ได้รับความนิยมเหมือนเดิมใน วัย 29 ปี อาจไม่ได้มากเกินไปเลย สำหรับแข้งอาชีพ แต่สำหรับ ฮาเมส ร่างกายเปราะบางเกินไป ไม่อาจกรำศึกหนัก ได้อย่างต่อเนื่องนั่นหมายความว่าพอย้ายมาเล่นในอังกฤษ จะมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นอีก เพราะนี่คือลีกที่ขึ้นชื่อว่ามีดีกรีความหนักหน่วง รุนแรง และรวดเร็ว

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักเตะต่างชาติ ย้ายมาเล่นแล้วจะเอาตัวรอดได้ เริ่มต้นอาจสวยงาม ตามช่วงเวลาฮันนีมูน แต่พอนานวันเข้า ฮาเมส เริ่มเข้าใจแล้วว่า พรีเมียร์ลีก มันปราบเซียนอย่างไร ไม่ใช่แค่เรื่องนั้น ฮาเมส ยังต้องเผชิญกับอากาศ อันน่าเบื่อทางตอนเหนืออีกต่างหาก ฟ้าหม่นฝนโปรย ท่ามกลางความหนาวเหน็บ แทบจะไร้แสงแดด สาดส่องในแต่ละวัน มันช่างเป็นเรื่องที่ทรมานเลยจริงๆ ปราศจากแสงสี และความสดใส นักเตะละตินทั้งหลาย ต่างร้องโอดโอยกันมาแล้ว

หากคุณรักสนุก ก็จงย้ายไปอยู่ที่อื่นเถอะ อังกฤษไม่ได้ตอบโจทย์เลย นั่นเป็นเหตุผลทำให้เขา ไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตที่นี่ ซึ่งย่อมส่งแรงกระทบต่อฟอร์ม ในสนามอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เริ่มมีข่าวออกมามากขึ้นมาว่า ฮาเมส อยากจะกลับไปเล่นใน ลาลีกา อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสโมสรไหนก็ได้ และไม่เกี่ยงเลยหาก แอตเลติโก้ มาดริด อริของ ราชัน ชุดขาว จะติดต่อมาหา

สำหรับนักเตะบางคนอาจได้ รับการยกย่อง ยอมรับในแง่พรสวรรค์ แต่ต้องมีความอดทนมากพอ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ เพื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง ที่วางเอาไว้แต่มันไม่ใช่ ฮาเมส ซึ่งชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเมื่อครั้งเล่นให้มาดริด หรือตอนมาอยู่ เอฟเวอร์ตัน บางที พรีเมียร์ลีก แค่ฤดูกาลเดียว ก็น่าจะเพียงพอโดยไม่คิด ไปต่อแล้วก็ได้

อ่านข่าวฟุตบอล :: เรื่องฟุตบอลน่าสนใจ

ติดตาม Facebook fans page :: Extremesoccer89